9 สิงหาคม 2022

รีวิวหนังเก่า The Letter หนังรักแสนโรแมนติกของไทย

รีวิวหนังเก่า

รีวิวหนังเก่า The Letter เนื้อเรื่อง เป็นอย่างไร?

รีวิวหนังเก่า เรื่องราวของ ดิว นำแสดงโดย แอน ทองประสม ได้เดินทางกลับมายังบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากที่เธอไม่ได้เดินทางมานาน เพราะเธอต้องคอยไปทำงานยังเมืองใหญ่ จนกระทั่งมีญาติของเธอเสียชีวิต และมอบบ้านหลังนี้ให้กับเธอนั้นเอง ด้วยบ้านหลังนี้นั้นเองทำให้เธอ หวนคิดถึงวันวานในอดีต ที่บ้านหลังนี้เธอเคยอาศัยอยู่กับญาติของเธอนั้นเอง ส่วน ต้น นำแสดงโดย อรรถพร ธีมากร

ที่เดินเรื่อยต่อจากพ่อของเขา ที่ทำงานดูแลพันธ์พีชในเขตอนุรักษ์ โครงการหลวงดอยอ่างขาง ด้วยความบังเอิญของทั้งสอง ที่ดิวเองรู้จักกับคนข้างใน ซึ่งเป็นลูกน้องของทอนนั้นเอง จึงทำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกันและพูดคุยกันมากกว่าเดิมนั้นเอง

อีกทั้งเมื่อดิวเองได้เดินทางกลับ ทั้งคู่ก็ยังคงติดต่อกันเหมือนปกติ พูดคุยกันทุกวันจนกระทั่งเพื่อนร่วมห้องของเธอ ไปเดทข้างนอกเพียงลำพัง เหลือดิวที่อาศัยอยู่คนเดียวในห้อง แต่ด้วยบังเอิญที่ต้นนั้น เดินทางมากรุงเทพพอดีและได้บังเอิญ

นัดกันดื่มยังที่ห้อง จนไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเพื่อนดิว เกต นำแสดงโดย สุพิชญา จุลวัฒฑะกะ โทรเข้ามาขอความเชื่อเหลือนั้นเอง แต่แล้วเพื่อนของดิวก็ได้ถูกฆาตกรรมขึ้น เพราะดิวไม่ได้รับสายจากเพื่อนนั้นเอง

ด้วยความเสียใจที่เกิดจากความผิดพลาดของดิว ทำให้เธอย้ายกลับไปอยู่เชียงใหม่ และยังเป็นช่วงโอกาสที่ดิวและต้น ได้สานสำพันธ์มากยิ่งขึ้น จนกลายมาเป็นความรักของทั้งสอง ทำให้ทั้งคู่นั้นตกลงแต่งงานกัน และแล้วในวันหนึ่งดิวเองได้พบกับ

จดหมายรักของยายในอดีตที่พูดถึงคนรัก ทำเอาเธอเองอยากลองเขียนอะไรแบบนี้ แต่ด้วยความเสียใจของดิวยังไม่หมด ในขณะที่ต้นทำงานอยู่นั้น เกิดหมดสติไปชัวขณะ แล้วพบว่าตนเองนั้นมีเนื้องอกในสมอง และมีชีวิตอยู่ได้เพียงไม่กี่เดือน

ทำให้ดิวนั้นกลับมาหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เมื่อคนรักของเธออยู่ในอาการป่วย ดิวคอยดูแลต้นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเช็ดตัวหรือแม้กระทั่งป้อนอาหาร จนกระทั่งในที่สุดต้นก็ได้เสียชีวิต ทำให้ดิวนั้นสูญเสียคนที่รักไปทุกคน

เหลือตัวเพียงลำพังอีกครั้งนั้นเอง ด้วยความลำพังของเธอทำให้ ตัดสินใจที่จะกลับกรุงเทพอีกครั้ง ในระหว่างที่รอเที่ยวรถกลับกรุงเทพ ก็ได้พบกับลุงร้านโปสการ์ด ที่มอบกล่องบ้างอย่างให้ เมื่อเธอเปิดขึ้นกลับเป็นจดหมายที่เป็นลายมือต้น

จดหมายทุกฉบับนั้นกลายเป็นจุดหมาย วาระสุดท้ายของต้นนั้นเอง โดยที่ดิวนั้นไม่เคยรู้ตัวมาก่อนนั้นเอง อีกทั้งวีดีโอในช่วงเวลาสุดท้าย ที่ต้นอัดทิ้งเอาไว้ปลอบใจดิวในยามที่เธอท้อแท้นั้นเอง จึงทำให้ดิวนั้นตัดสินใจใช้ชีวิตต่อที่เชียงใหม่

และเลี้ยงดูลูกของเธอที่เกิดกับตนด้วยนั้นเอง ต้นเคยเล่าให้ฟังว่าก่อนพ่อกับแม่ของเขาจะเสีย ได้ปลูกต้นบ๊วยไว้บนยอดเนินในวันที่ต้นเกิด จึงทำให้ต้นไม้นี้เป็นญาติเพียงอย่างเดียว ของต้นนั้นเองจนกระทั่งดิว ได้มาลูกชายของตน มาปลูกต้นบ๊วยใกล้ๆกับของต้น จึงกลายเป็นต้นไม้คู่กันระหว่างต้นและตั้มนั้นเอง 

รีวิวหนังเก่า

รีวิวหนังเก่า The Letter กระแส เป็นอย่างไร?

ด้วยเนื้อหาแสนโรแมนติก ได้ทำให้หนังเรื่องนี้แตกเรียกน้ำตา จากคนดูได้มากมายนั้นเอง หนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ ผอูน จันทร์ศิริ ผู้กำกับหญิงที่ได้ สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้มีความโรแมนติก และมีความละเอียดทางด้านอารมณ์ ที่พาให้คนดูอย่างเราคล้อยตามนั้นเอง ด้วยความประสบความสำเร็จ ในช่วงเวลานั้นเองทำให้ หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของ ผอูน จันทร์ศิริ

ที่สามารถกวดรายได้ไปกว่า 45.44 ล้านบาท และยังเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของ ดวงกมล ลิ่มเจริญ ผู้อำนวยการสร้างซึ่งได้เป็นคน เลือกผอูน จันทร์ศิริ เป็นผู้กำกับด้วยตนเองเลยทีเดียว ก่อน ที่เธอดวงกลม จะเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งปอด

ก่อนที่หนังเรื่องนี้จะถ่ายทำเสร็จนั้นเอง นับว่าเป็นอีกหนึ่งการสูญเสีย ที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวผู้กำกับ เหมือนกับหนังเรื่องนี้ที่ ดิวจะต้องสูญเสียคนอันเป็นที่รักไปนั้นเอง กลับกลายเป็นยิ่งสร้างตำนาน บทใหม่ให้กับหนังเรื่องนี้ที่มีตำนาน

เฉพาะทำให้หนังเรื่องนี้มีความน่าสนใจนั้นเอง นับตั้งแต่หนังที่ได้เข้าฉายในปี พ.ศ. 2547 จนมาถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 17 ปีมาแล้วที่หนังเรื่องนี้ ได้ทำหน้าที่ของตนเองในการ เรียกน้ำตาของคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้นั้นเอง และยังคงครองใจใครหลายคน ที่ครั้งหนึ่งเคยเสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนี้ สุดแสนโรแมนติกและแสนเศร้านั้นเอง 

The Letter มี สิ่งที่น่าสนใจอย่างไร?

โมเม้นความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งสอง ที่มีความผูกพันธ์กันและเชื่อมโยง ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่เรียกน้ำตาคนดูในช่วงเวลานั้นได้ดีเลยทีเดียว อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาของสังคม ที่ผู้คนต่างเดินทางเข้ามาทำงานกันในเมืองใหญ่ เพื่อค้นหาโอกาสของตนเอง รวมถึงตัวเอกของเรื่องด้วยนั้นเอง ที่ต้องมาทำงานห่างไกลจากบ้านเกิด เมื่อตัวละครเอกได้กลับบ้านเกิดนั้น

ชวนให้นึกถึงความเป็นอิสระ จากความวุ่นวายในเมืองใหญ่นั้นเอง ทำให้ใครหลายคนในช่วงเวลานั้น ต่างรู้สึกอินไปกับบริบทของหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะผู้กำกับนั้นเป็นผู้หญิง จึงถ่ายทอดมุมมองความรู้สึกของผู้หญิง ที่เป็นฝ่ายสูญเสียนั้นรู้สึกอย่างไร

อีกทั้งหนังเรื่องนี้เบื้องหลังยังมี สตอรี่ที่คล้ายกับหนังเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน คือผู้อำนวยการสร้างเรื่องนี้ ได้เสียชีวิตก่อนที่หนังเรื่องนี้จะถ่ายจบ จึงเหมือนกับว่าหนังเรื่องนี้ เป็นบทสรุปสุดท้ายของเขานั้นเอง และด้วยนักแสดงของหนังเรื่องนี้

ทำให้คุณได้สัมผัสกับความหวัง ในการมีชีวิตรอดของคน ที่เกิดขึ้นกับคนรักของคุณนั้นเอง บรรยากาศของหนังชวนโรแมนติก ที่ทุกอย่าง อิงกับสถานที่ต่างๆในเชียงใหม่ อันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อันขึ้นชื่อของตัวจังหวัดเชียงใหม่

ที่เป็นฉากในหนังเรื่องนี้ พาให้เรารู้สึกอ้างว้างเหมือนกับตัวละครในเรื่อง และนอกจากนี้ยังมีการพูดถึง ธรรมชาติของพันธ์ุไม้ต่างๆที่มีการพูดถึงในหนัง ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้เรารับรู้ ความโรแมนติกของทั้งสองนั้นเอง 

รีวิวหนังเก่า

ไอเดียของหนังเรื่องนี้เป็นอย่างไร?

หนังเรื่องได้รับการดัดแปลงมาจาก ภาพยนตร์เกาหลีใต้ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2540 เรื่อง Pyeon ji ที่เป็นหนังเกาหลีใต้สุดแสนคลาสสิค สร้างน้ำตาให้กับใครหลายคน ด้วยความนิยมของหนังเรื่องนั้น ทำให้เกิดโปรเจค the Letter จดหมายรักขึ้น โดยได้คนเขียนบทเป็น คงเดช จาตุรัตน์รัศมี ที่มาเพิ่มเติมเรื่องราว ให้เป็นแบบของไทยนั้นเอง ถึงแม้จะดัดแปลงมาจากหนังดังเกาหลีใต้

แต่พอมาในเวอร์ชั่นของไทยนั้น กลับมีเสน่ห์ออกไปอีกแบบที่ ทำให้เราอินกับวัฒนธรรมที่คุ้นเคย และความรักของทั้งคู่ที่ถึงพร้อมอยู่ด้วยกัน ก็ต้องจากกันไปอยู่ดี จึงทำให้หนังเรื่องนี้ดูแตกต่างออกไป จากดั่งเดิมของเกาหลีนั้นเอง

ทำให้ในช่วงเวลานั้นเองมีคนจำนวนมาก ต่างชื่นชอบหนังเรื่องนี้ที่ได้ออกฉาย หากใครทันดูในโรงต้องบอกเลยว่า ไม่เด็กแล้วอย่างแน่นอน ถึงแม้หนังจะถูกสร้างขึ้นเมื่อ 17 ปีก่อน แต่ก็ยังคงเป็นหนังเรื่องโปรด ของใครบ้างคนอยู่จนถึงปัจจุบันนั้นเอง

นับว่าเป็นความทรงจำของใครหลายๆคน ที่มีเหตุการณ์ในช่วงเวลานั้น ที่ผูกพันธ์กับหนังในช่วงเวลานั้น ทำให้ต่างคิดถึงช่วงเวลานั้น หากได้หยิบยกหนังเรื่องนี้ขึ้นมาดูอีกครั้ง หนังเรื่องนี้ก็จะยังเป็นหนังเรื่อง โปรดของคุณนั้นเอง 

สรุปสิ่งที่ได้จากการดู The Letter จดหมายรักเป็นอย่างไร?

นับว่าในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น เป็นยุคเฟื่องฟูหนังไทยเป็นอย่างมาก มีหนังไทยหลากหลายประเภทให้เลือกชมกัน และหนังที่อยู่ในกระแสหลักช่วงนั้น ก็จะเป็นหนังแนวดราม่า – โรแมนติก ที่ถ้าหากเข้าฉายเรื่องไหน ก็มีคนดูอยู่ตลอดนั้นเอง นับว่าช่วงเวลานั้นคนไทยเริ่มเข้าสู่ วัฒนธรรมการดูหนังมากยิ่งขึ้น และด้วยการพัฒนาทางสังคม รวมถึงเศรษฐกิจในช่วงเวลานั้น ทำให้ผู้คนได้รับสื่อกันมากขึ้น

รวมถึงหนังเรื่องนี้เองที่เข้าฉายในช่วงเวลานั้น ที่ผู้คนต่างนิยมดูหนังกันเพื่อความบันเทิง ทำให้คนทำหนังไทยในช่วงเวลานั้น มีงานกันแถบตลอดทั้งปีในการแข่งขัน ผลิตสื่อภาพยนตร์มาเอาใจผู้ชมนั้นเอง โดยเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวกับความรัก

หรือความสูญเสียนั้น เป็นพล็อตที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลานั้น เรียกได้ว่าน้ำตาแตกกันอยู่บ่อยๆ จากหนังหลายๆเรื่องที่เข้าฉายในช่วงเวลานั้น โดย The Letter ได้เข้าฉายในวันที่ 24 มิถุนายน 2547 กระแสตอบ

รับจากคนดูนั้นออกมาเป็นดีพร้อมกัน เพราะด้วยการแสดงของนักแสดงหลักอย่าง แอน ทองประสม หรือ อรรถพร ธิมากร ที่ถ่ายทอดเรื่องราวแสนโรแมนติกนี้ ให้สะกดใครหลายคนได้ร้องไห้ไปตามๆกัน โดยเฉพาะบทสรุปของเรื่อง

ที่ดึงให้หัวใจของใครหลายคน แถบช็อกไปพร้อมกันเลยทีเดียว ด้วยความน่าสงสารของตัวละครเอก ที่สูญเสียคนรอบข้างมาโดยตลอด ต้องอยู่กับความทรงจำและอ้างว้าง จากคนรักที่ตายจากไปนั้นเอง จึงทำให้ มองว่า The Letter

เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์เกาหลี ที่ตีความแตกต่างออกไปจากเดิม และสร้างบริบทสังคมในเรื่องเป็นแบบไทย ที่ทำให้เข้าใจง่าย และสามารถอินไปกับมันได้อย่างลงตัว จากความหวานซึ้งของทั้งคู่ ที่แสดงออกความรักกันแบบน่ารัก

และความรักอันห่างไกล ที่อยู่กันคนละที่แต่ใจนั้นผูกพันธ์กัน อันเป็นสัญญาใจที่ให้กันไว้นั้นเอง ความหวานของหนังเรื่องนี้ ก็คงเปรียบเทียบได้กับชานม ที่มีความหวานและมันอย่างลงตัวนั้นเอง แสดงให้เห็นถึงความโรแมนติก

ที่อาจไม่ทำให้คุณลืมช่วงเวลา ของหนังเรื่องนี้ที่คุณได้เคยดู มาแล้วในอดีตนั้นเอง อีกทั้งยังเป็นหนังไทยที่ดี อีกเรื่องหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำ ของวงการภาพยนตร์ไทยที่เคยมี หนังรักโรแมนติกที่ได้รับการดัดแปลง มาจากภาพยนตร์เกาหลีชื่อดังนั้นเอง

รวมเว็บหนังออนไลน์

แนะนำหนัง netflix

รวมข่าวบันเทิง

เที่ยวยุโรปตามหนัง

เที่ยวซูรินาเม

น้ำตกในไทย