หนังคริสต์มาส ความเชื่อและความศรัทธาที่ได้กลับคืนมา ในช่วงวัยเด็ก

หนังคริสต์มาส

หนังคริสต์มาส เรื่องราวความเชื่ออันแสนที่จะดูอบอุ่น ความศรัทธาที่ได้ความจำกลับคืนมา จากในช่วงชีวิตในวัยเด็ก

หนังคริสต์มาส เพื่อให้เข้ากับ วันคริสต์มาสวันแห่งความสุข วันที่มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต วันแห่งการเฉลิมฉลองนั้น ผมเองก็อยาก ที่จะนำเสนอ ผลงานภาพยนต์ ที่เกี่ยวข้องกัน กับหนังภาพยนต์ที่มีเนื้อหา ที่เกี่ยวกับวันคริสต์มาส แต่ก่อนอื่นผมเองนั้น ก็จะขอกล่าวถึง เกี่ยวกับประวัติมาเป็นมา ของวันคริสต์มาสกันก่อนนะครับผม โดยที่วันคริสต์มาสเองนั้น เป็นวันประสูติ ของพระเยซู ผู้ที่เป็นศาสดา บองศาสนาความเชื่อของคริสต์ โดยที่พระเยซูเองนั้น ท่านได้ประสูติ ที่เมืองเบลเลแฮม 

หนังฮีโร่

และท่านเองนั้น ได้เติบโตอยู่ที่ เมืองนาซ่าเรท ซึ่งในปัจจุบันนี้ เป็นพื้นที่ที่อยู่ ในประเทศอิสราเอล ซึ่งตามหลักฐาน ตามประวัติศาสตร์ของ พระคัมภีรย์นั้น ได้บันทึกระบุไว้เลยว่า พระเยซูท่านเองนั้น ได้ประสูติและ เติบโต ในยุคแห่งอาณาจักร โรมันที่กำลังเจริญรุ่งเริง อยู่นั่นเอง

ซึ่งในยุคนั้น ก็ได้เริ่มมีการทำสำมะโนครัวเรือน เป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งแม้แต่เจ้าเมือง ในประเทศซีเรียนั้น ก็ได้เริ่มทำสำมะโนครัวไปพร้อมกันด้วย แต่ทางหลักฐานเองนั้น ก็ยังไม่ได้ระบุว่า เกิดเมื่อวันที่เท่าไหร่ ซึ่งในวันคริสต์มาส ที่พระเจ้าได้ประสูติมานั้น หนังฮีโร่

ก็เหมือนดั่งแสงสว่าง ที่ได้จุติ ไว้ให้แก่โลกมนุษย์ ซึ่งทำให้ชาวโรมัน ที่รู้สึกอึดอัดกับ การฉลองสุริยะเทพนั้น ได้มากลับใจฉลองการเกิดของพระเยซูแทน ในกรณีที่ผู้เลื่อมใสขาวโรมันนั้น ได้หันหน้ามานับความเขื่อ ทางด้านศาสนาคริสต์แทน ซึ่งในช่วงต้นนั้น ชาวโรมันได้ถูกกีดกั้น

ทางด้านความเชื่อในการศรัทธา การนับถือศาสนามานานกว่า 200 ปีในยุคสมัยช่วงต้น ของปีคริสศักราช ก่อนในระยะเวลา ต่อมานั้น ถึงได้รับอิสระภาพ ในการเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส กันอย่างเปิดเผยมากยิ่งขึ้น โดยที่วันคริสตฺมาสนั่นเองนั้น ได้ทีการเฉลิมฉลอง ข่าวฟุตบอล

วันเกิดของพระเยซูเจ้า ซึ่งเป็นการแสดงความจงรักภักดี ที่มีให้น่อท่านที่ได้ มีความเมตตาต่อมนุษย์โลก โดยพระเจ้าเองนั้น ได้ส่งบุตรขายมา ขายที่ชื่อว่าพระเยซู ลงมาจะจุติบนโลกมนุษย์ เพื่อมาช่วยในการไถ่บาป ไถ่โทษแก่มนุษย์ เพื่อรอดจากการทำผิด ละจากความชั่วร้ายที่ได้กระทำไปนั่นเอง

ซึ่งเป็นวันที่สำคัญต่อชาวคริสต์ เป็นอย่างมากเลย ที่ทางชาวคริสต์นั้น จะส่งการ์ดอวยพรให้แก่กันและ มีการให้ของขวัญ มีการตกแต่งประดับประดา บ้านเมืองด้วยแสงไฟและ ต้นคริสตฺมาส ที่สวยงามจับใจ ซึ่งจากประวัติมาเป็นมา ที่กระผมเองนั้น ได้กล่าวไว้อย่างคราวแล้วนั้น

ผมเองก็อยากจะนำเสนอ หนังภาพยนต์ ที่เกี่ยวกับ เทศกาลคริสต์มาส มาให้ได้รับชมกันนะครับ The Polar Express เรื่องราวที่เกี่ยวกับ วันคริสต์มาส ซึ่งการดำเนินของเนื้อหา ในเนื้อเรื่องนั้น จะเป็นเด็กผู้ชายอายุน้อยคนหนึ่ง ที่ในคืนที่หิมะตก ก่อนวันคริสต์มาสนั้น

ได้มีเด็กชายตัวน้อยคนที่ได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก ซึ่งมีลมหายใจที่แผ่วเบา แทบจะไม่ขยับตัว ที่เขาเองนั้นพยายามฟังเสียง ทีเด็กชายคนนั้นเอง หวั่นใจว่าจะไม่มีวันที่จะได้ยินอีก เสียงกระดิ่งรถกวางเรนเดีย ที่เลื่อนลุงซานต้านั้น ซึ่งในเวลานั้น ก่อนเที่ยงคืน 

หนังคริสต์มาส เรื่องราวอันสุดแสนที่น่าประทับใจ ในเส้นทางการเดินทางที่แสนยาวไกล โดยรถไฟขบวนเที่ยวพิเศษ เพื่อไปจุดหมายที่ขั๋วโลกเหนือ

ข่าวฟุตบอล

 

ซึ่งทันใดนั้นเอง เด็กชายคนนั้นก็ได้ตกใจเป็นอย่างมาก ที่เขาเองนั้น ที่รถไฟสีดำนั้น ได้ส่งเสียงดังสนั่นที่ได้ลงจอด ตรงหน้าบ้านของเด็กชายคนนั้นในทันที เด็กชายคนนั้น จึ่งรีบวิ่งออกไปนอกบ้าน เขาเองนั้นได้พบกับ นายตรวจตั๋วสถานี้รถไฟ

ซึ่งดูเหมือนว่านายตรวจตั๋วคนนั้น กำลังรอเด็กชายน้อยคนนั้น คนเดียวซึ่งนายตรวยคนนั้น ได้ชวนเด็กน้อยให้ขึ่นไปบนรถไฟด้วยกัน ซึ่งเด็กคนนั้น ก็งงในความสงสัยที่นายตรวจได้ชวนขึ้นรถไฟ ซึ่งนายตั๋วคนนั้น ก็ได้บอกไปว่า ก็ไปที่ขั๋วโลกเหนืออ่ะสิ Polar Express ไงซึ่งเด็กคนนั้น

ก็สงสัยหนักยิ่งเข้าไปอีกว่าไปที่ันั้นทำไม จึงได้ออกติดตามไปกับ นายตั๋วคนนั้นเพื่อขึ้นรถไป เพื่อค้นหาความเป้นจริงว่า สิ่งที่อยู่จุดหมายปลายทางนั่นคือะไร ซึ่งนั่นก็ถือ เป็นเรื่องราวกรผจญภัย ที่ได้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์นั้น

กำลังได้เกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งได้เป็นสิ่งที่พิสูจน์ เด็กน้อยคนนั้นเอง เพื่อพิสูจน์ความเชื่อในเส้นทางที่มี จุดหมายเป็นขั๋วโลกเหนือนั่นเอง ซึ่งมันเป็นองค์ประกอบ ที่แสดงให้เห็นถึงสัญชาติญาณ ที่ได้เกิดขึ้นมาในเรื่อง ซึ่งหนังภาพยนต์เรื่องนี้ ได้ถูกสร้างมาจากหนังสือ

ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของ เหล่าบรรดาเด็กๆ ที่สามารถดึงดูล่อตาล่อใจ แก่ผู้ชมในวัยผู้ใหญ่อีกด้วย ซึ่งท่านผู้ชมเองนั้น จะได้เห็นภาพ ความเป็นเด็กของตัวเองนั้น ที่ได้ถูกถ่ายทอด ผ่านตัวลครที่เป็น เด็กชายคนนั้น ที่ได้จดจำ ในชีวิตความเป็นเด็ก และความตื่นเต้น ในช่วงชีวิตของ การผจญภัยของ พวกเขาเอง

ซึ่งการรอคอย ให้ถึงคำตืนที่สำคัญ ที่สุดแห่งปี ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความสงสัย มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ที่ช่วงเวลาในความทรงจำ ที่อาจะจำได้บ้าง ยังจำไม่ได้บ้าง ของการกลับสู่ เป็นวัยเด็กวัยใสอีกครั้ง ซึ่งก็จะมีบ้างเหมือนกัน ใช่ไหมละครับ เมื่อที่พวกเรานั้นเอง ได้เติบโตขึ้น มาเป็นผู้ใหญ่แล้ว

เราเองนั้นก็อาจจะลืม ความทรงจำในวัยเด็กแล้วก็เป็นไปได้ ซึ่งพวกเราเองนั้น ก็อาจจะไม่ได้ สัมผัสในวัยเด็ก อีกตลอดไป ในบางสิ่งบางอย่างนั้น เป้นสิ่งที่พวกเราเองนั้น ก็อธิบายไม่ได้ถูกเหมือนกัน แต่ในหนังเรื่องนี้ มันเหมือนเรื่องราว ที่ได้ฉากภาพความเป็น เด็กของพวกเรามาอีกครั้ง

มันเหมือนสมุดโน๊ต ที่ท่านเองนั้นได้กลับไปเปิด อ่านขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งทางผู้กำกับ ผู้สร้างหนังภาพยนต์เรื่องนี้ ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเลยจริงๆ ที่ท่านเองนั้น จะได้ย้อนไปอยู่ในช่วงเวลาแห่ง ความสุขเหล่านั้นในวันคิสต์มาส ที่ท่านเองนั้น

กำลังได้กลับไปอยู่ช่วงในวัยเด็กวัยใสอีกครั้งนึง ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ ทุกคนเองก็มีส่วนที่เกี่ยวกับ ช่วงวัยเด็กนั้นอีกด้วย ซึ่งเด็กและผู้ใหญ่อย่างพวกเราเองนั้น ก็ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับ ความเชื่อในเรื่องราวต่างๆ ซึ่งบางท่านเองนั้น ก็อาจที่จะได้ สรัทธาในความเชื่อ เหล่านั้นด้วยตัวของท่านเอง

ซึ่งการเดินทาง ผจญภัยตาออกหาซานต้าเองนั้น ท่านเองก็เคยมีบ้างไหมละครับ ในมุมมอง ที่ท่านเองนั้น ยังเป็นเด็กอยู่ ที่ลุงตัวอ้วนหนวดเครารุงรัง สีขาวนั้น แกที่คอยจะเอาของขวัญ มาให้เด็กๆ ในค่ำคืนอันแสนสุดพิเศษ ที่ท่านเองนั้น จะเอาถึงเท้าแดง มาแขวนไว้บนต้นคริสต์มาส

เพื่อรอลุงใจดีคนนั้น เอาของขวัญมาแจกให้ ซึ่งความเชื่อ ของเด็กแต่ละคนนั้น จุดประสงค์ ในการขึ้นรถไฟขวบนนั้น ก็ย่อมมีโลกส่วนตัวของ แต่ละคนในการเดินทาง ซึ่งมีเป้าหมายการเดินทาง ที่ไม่เหมือนกัน ในแต่ละคน ซึ่งในเรื่องนั้น ก็มีเด็กชายคนนึงที่ ชีวิตของเขาเองนั้น เติบโตขึ้นมา

ท่ามกลางความรักที่เขาเองนั้น ไม่ได้รับเลย ซึ่งทำให้เขาเองนั้น ได้ขาดความศรัทธา ในเรื่องของความเชื่อถือต่างๆ ซึ่งการเดินทางไปยังจุดมุ่งหมาย เหล่านั้นคือความเชื่อ ล้วนๆที่ต้องมี ศรัทธาในสิ่งที่ได้มุ่งหมายเอาไว้ ซึ่งในท้ายสุดของภาพยนต์ เรื่องนี้นั้น

ซึ่งที่พวกเหล่าเด็กๆ ที่ได้ร่วมเดินทาง จากที่่ี่ไกลแสนไกล มาสู่ขั๋วโลกเหนือ ที่โชคดี ที่ได้เจอชายร่างอ้วน ที่มีอารมณ์ดูน่าใจดีนั้น ได้ใส่เสื้อสีแดง ซึ่งเขาเองนั้นไปกับ รถที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้นั้น ซึ่งทำให้เราเองนั้น รู้สึกอิจฉาไปกับ ตัวละครในเรื่อง

ที่พวกเขาเหล่านั้นเอง ได้เจอในสิ่งที่เขาเองนั้น ได้ศรัทธาในความเชื่อ ที่ผลสุดท้ายนั้น ก็ได้พบเจอในความเชื่อ ที่พวกเด็กนั่นเอง ได้เจอและได้สัมผัส ซึ่งหนังภาพยนต์เรื่องนี้ เป็นเรื่องราว ที่เป็นแบบอะไร ที่เข้ากันได้ดีมากๆเลยกับ ในบรรยากาศ เทศกาลคริสต์มาส อันสุดแสนที่จะอบอุ่นแบบนี้